G-JNQN4BECGS
top of page

8 ข้อที่ควรคำนึงถึงเมื่อซื้อแบตสำรอง

อัปเดตเมื่อ 30 พ.ย. 2565

8 ข้อที่ควรคำนึงถึงเมื่อซื้อแบตสำรอง และ ต้องมีเครื่องหมาย มอก. รับรอง เท่านั้น ในปัจจุบันสมาร์ทโฟนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากกิจกรรมต่างๆ มักจะมีสมาร์ทโฟนเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการใช้งานอยู่บ่อยๆ ก็จะพบปัญหาแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงมีอุปกรณ์เสริม ที่เรียกกันว่า แบตเตอรี่สำรอง ออกมาวางขายกันอย่างแพร่หลาย ในส่วนการเลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองนั้น ผมมี 8 ข้อที่ควรคำนึงถึง เพื่อการนำมาใช้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัยมากที่สุด


ข้อที่ 1

ไม่ควรซื้อแบตเตอรี่สำรอง ที่มีความจุมากๆ แต่ราคาถูกๆ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าแบตที่เก็บสะสมไฟนั้นผลิตจากวัสดุที่ไม่มาตรฐาน อาจจะทำให้เกิดอันตรายเมื่อใช้งานจริงได้ ดังนั้นหากต้องการจะซื้อแบตเตอรี่สำรองควรพิจารณาเรื่องความจุให้สัมพันธ์กับราคาและเลือกซื้อที่มีใบอนุญาตจำหน่ายอย่างถูกต้องจะดีที่สุด


ข้อที่ 2 ไม่ควรเลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองด้วยความจุมากๆเหตุผลหลักๆคนส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อเพราะว่ามีความจุเยอะและราคาที่ถูกดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าพบว่าแบตเตอรี่สำรองที่ชาร์จไฟเต็มแล้วใช้ได้ไม่นานควรเลือกแบตสำรองให้เหมาะสมกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในแต่ละวัน


ข้อที่ 3 ไม่คำนึงถึงประเภทของแบตเตอรี่และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยทั่วไปประเภทแบบมีด้วยกัน 3 อย่างคือ


Nickel Mattle hybride

ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพต่ำและราคาถูกทุกครั้งที่ชาร์จความจุน้อยจะน้อยลงเรื่อยๆจุดเด่นคือมีความจุไฟที่สูงไม่เหมาะที่จะเอามาทำเป็นแบบสำรอง


Lithium - ion

เป็นแบตเตอรี่ที่อัตราการคายประจุตัวเองต่ำไม่ต้องดูแลรักษามากสามารถใช้งานได้อีกแม้กระทั่งเป็นระยะเวลานานๆแต่ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟได้ในอัตราที่สูงต่อการนำมาเป็นอุปกรณ์ที่จะนำมาชาร์จสมาร์ทโฟนจึงไม่เหมาะที่จะนำมาเป็นแบตเตอรี่สำรอง


Lithium Polymer เป็นแบตเตอรี่ที่จ่ายกระแสไฟได้สูงแต่ปลอดภัยจากการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าน้ำหนักเบาและมีอุณหภูมิความร้อนที่น้อยจากการใช้งานกว่าแบตเตอรี่อื่นอยู่มากจึงเหมาะสมที่จะนำมาทำเป็นแบตเตอรี่สำรอง



ข้อที่ 4 แบตสำรองบางรุ่นมี port USB Port จึงทำให้สามารถชาร์จพร้อมกันได้หลายเครื่องแต่อย่าลืมว่าถ้าแบตเตอรี่จ่ายไฟในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้และจะทำให้ความเสถียรในการชาร์จมีประสิทธิภาพน้อยลงดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงการใช้แบตเตอรี่สำรองให้เหมาะสมด้วยนะครับ


ข้อที่ 5 ควรเลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองให้มีคุณสมบัติหลายอย่างอาทิเช่นการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรการตัดกระแสไฟการชาร์จเมื่อชาร์จแบตเต็มแล้วการป้องกันอุณหภูมิของแบตสำรองการรับประกันบริการหลังการขายเป็นต้น


ข้อที่ 6 เลือกซื้อแบตสำรองให้ตรงกับ output แบตของ Smart Phone หรือ Tablet ยกตัวอย่างเช่นแบตสำรองที่สามารถจ่ายไฟได้ 2.1 แอมป์ชาร์จแบตของ Smart Phone รับได้แค่ 1 แอมป์และแน่นอนว่าอาจจะทำให้ชาร์จไฟได้เร็วกว่าแต่จะอาจจะทำให้แบตร้อนขึ้นและเสื่อมได้เร็วเช่นกันดังนั้นทางที่ดีควรเลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองตามปริมาณกระแสไฟที่ต้องใช้และสำหรับ output ของสมาร์ทโฟนที่เหมาะสมก็คือ 1 แอมป์และแท็บเล็ตก็คือ 2 หรือ 2.1 แอมป์


ข้อที่ 7 ไม่ควรเลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองที่ไม่มีการรับประกันคุณภาพหรือการเลือกซื้อที่ปลอดภัยไม่ว่าจะสินค้าใดๆควรสังเกตการรับประกันสินค้านั้นๆเช่นเดียวกันกับแบตเตอรี่สำรองก็ควรจะสังเกตการรับประกันมาตรฐานการผลิตจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ก่อนจะซื้อทุกครั้ง


ข้อที่ 8 เลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองที่มีเครื่องหมายมอกรับรองแล้วหมายถึงการกำหนดให้แบตเตอรี่สำรองเป็นสินค้าควบคุมหมายเลข 2879- 2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาดังนั้นต่อไปนี้การเลือกซื้อกล้องมองหาสัญลักษณ์นี้ด้วยเพื่อความปลอดภัยหากมีการฝ่าฝืนผู้ผลิตหรือนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจะโดนระวางโทษตามกฎหมายจำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 2 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับส่วนร้านค้าที่ขายสินค้าที่ไม่ได้ไม่ได้มาตรฐานไม่มีเครื่องหมาย มอก.รองรับมีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ


การเลือกซื้อแบตเตอรี่สำรองควรที่จะเลือกใช้ประเภทของแบตให้ถูกต้องและเหมาะสมกับการใช้งานของเราดังนั้นควรที่จะตรวจสอบข้อมูลต่างๆของแบตเตอรี่สำรองให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้งด้วยนะครับ

“Yukifix Studio3” ร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือซ่อมหน้าจอแตกเปลี่ยนแบต iPhone ซ่อมมือถือครบวงจร


ดู 4 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comentarios


bottom of page