G-JNQN4BECGS
top of page

หน้าจอมือถือ มีอะไรบ้าง และ แบบไหนดีที่สุด

อัปเดตเมื่อ 11 ก.พ.

หน้าจอมือถือ มีอะไรบ้าง? และ แบบไหนดีที่สุด?

เรามาทำความรู้จักประเภทของหน้าจอโทรศัพท์มือถือกันครับ

OLED, Super AMOLED, IPS, TFT, LCD, LED


app social บนหน้าจอมือถือ
app บนหน้าจอมือถือ

ด้วยเทคโนโลยีการแสดงผลไม่ว่าจะเป็นหน้าจอของโทรศัพท์หรือโทรทัศน์หรือจะเป็นคอมพิวเตอร์ผู้ผลิตก็พยายามให้คนทั่วไปรู้ว่าอุปกรณ์ของพวกเขามีการแสดงผลที่ดีเยี่ยม พยายามสร้างชื่อเรียกมากมายคำย่อเฉพาะที่พอฟังแล้วดูมีสไตล์ไม่ว่าจะเป็น OLED, Super AMOLED, Super IPS, IPS, TFT, LCD, LED เรามาทำความรู้จักแต่ละเทคโนโลยีหน้าจอที่มีจุดเด่นกันดีกว่าครับ


เริ่มจาก Plasma

ย้อนไปยุคก่อนๆ การแสดงผลแบบ Plasma ถือว่าคมชัดสุดยอด สวยงามแต่น่าเสียดายจอ Plasma มีข้อเสียเมื่อเปรียบเทียบจอแบบอื่น นั่นคือไม่สามารถเอาไปใช้กับหน้าจอที่มีขนาดเล็กได้เนื่องจาก layer ของแผ่นมันมีขนาดหนาและหนักแถมกินไฟเยอะเลยเอามาทำเป็นหน้าจอของสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไม่ได้


และต่อไปเป็นประเภทของหน้าจอที่นิยมใช้เอามาทำเป็นหน้าจอมือถือหรือทีวีต่างๆ ก็คือ

หน้าจอ OLED ย่อมาจาก(ORGANICE Light-Emitting Diode)เป็นไดโอดเปล่งแสงชีวภาพเป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้งานในการแสดงผลแบ่งได้ 2 ประเภทคือ


Passive matrix OLED Displays(AMOLED)ถูกนำไปใช้บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในปัจจุบันหลากหลายรุ่น ภายในมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ มีวงจรในตัวเองสามารถควบคุมการเกิดภาพได้เองภายในชั้นฟิล์ม ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Samsung สำหรับ Samsung ได้นำเทคโนโลยี Super AMOLED มาพัฒนาต่อยอดโดยการนำมาตรฐาน HDR10+ มารวมกันทำ มีชื่อเรียกว่า Dynamic AMOLED การแสดงผลเฉดสีความสว่างจุดรบกวนอัตราส่วนคอนทราสต์ 20000000/1 และปัจจัยอื่นๆ ในระดับเดียวกันกับภาพยนตร์นอกจากนี้ยังผ่านการรับรองอัตราการปล่อยแสงสีฟ้าในระดับปลอดภัยจากหน่วยงานชื่อดังในต่างประเทศเยอรมนี TUV RHEINLAND ซึ่งดังกล่าวมักพบเห็นได้ในสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปของ Samsung


OLED, AMOLED, Super AMOLED, Dynamic AMOLED, อะไรดีกว่ากัน?

ต้องบอกกันว่าอาจเปรียบได้กับคุณภาพและสเปคของจอ Super AMOLED จึงเหมือนจะมาเป็นอันดับหนึ่ง ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลจะถูกแบ่งด้วยราคาอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าหากใครอยากสัมผัสประสบการณ์ความคมชัดสีสันสวยงามสดใส อาจจะต้องมองหารุ่นท็อปของแบรนด์นั้นๆ เท่านั้นนะครับ


มือกำลังถือโทรศัพท์มือถือ
หน้าจอsamsung

มาต่อกันเรื่องหน้าจอของ LCD มักถูกใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook laptop และมือถือด้วยเทคโนโลยีหน้าจอดังกล่าวได้รับการพัฒนามาอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาในรูปแบบของ LCD ที่สำคัญ 3 ประเภทได้แก่ LCD TN, LCD IPS, LCD VA ทั้งสามประเภทนี้เรามาดูกันว่ามันต่างกันตรงไหน?


LCD TN ย่อมาจาก Twisted Nematic เป็นหน้าจอแสดงผลที่มีราคาไม่แพงง่ายต่อการผลิต ตอบสนองค่อนข้างเร็วแต่ก็ยังไม่ใกล้เคียงกับ OLED หรือ Plasma นั้นตอบสนองค่อนข้างรวดเร็วช่วยลดการเบลอเมื่อเราสัมผัสหน้าจออย่างรวดเร็ว จออัตรา Refresh Rate สูงซึ่งเป็นที่จำเป็นสำหรับการแสดงผลรูปแบบ 3D แต่น่าเสียดาย TN ให้คุณภาพความละเอียดต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับอีก 2 ประเภทมีช่วงของสีที่แคบโดยแต่ละพิกเซลจะมีสีแดงสีเขียวสีน้ำเงินเพียง 64 เฉดสีเท่านั้น ส่วนการดึงจุดพิกเซลที่อยู่ติดกันไฮไลท์สีใกล้เคียงกับข้อมูลมากที่สุด TN ทำให้มีองศาในการมองไม่ค่อยดีถ้ามองจากด้านข้างอาจจะมองไม่ค่อยเห็นหรือขอบจอด้านล่างมักจะมืดหากดูจากด้านบนจะเห็นภาพทางกลางสามารถไปพิสูจน์ได้จากเครื่อง Laptop หลายๆ รุ่นในอดีตสาเหตุคือเทคโนโลยี LCD TN มีการบิดแสงโพลาไรเซอร์ผ่านตัวกรองหลายชั้นทำให้แสงสีมีมุมมองที่ชัดเจนเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้น


ต่อไปเป็น LCD IPS

IPS พัฒนาเทคโนโลยี IPS จุดเริ่มต้นของ IPS มันได้มาจากหน้าจอของเครื่องซักผ้าที่มองไม่ค่อยเห็น ถูกพัฒนาเทคโนโลยี IPS ตั้งแต่ปี 1996 เพื่อขจัดปัญหาของเครื่องซักผ้าที่มีหน้าจอแล้วมองไม่ค่อยเห็นเป็นจอ LCD PN ที่ยังพบอยู่ในปัจจุบันและโดนคอมเมนต์จากผู้ใช้ว่ามุมมองค่อนข้างจำกัดเกินไป ตั้งแต่นั้นก็เลยมีการพัฒนาจากหลายๆ ผู้ผลิต ส่วนของหน้าจอ IPS มีข้อดีสำคัญอาทิเช่น ขั้นตอนการผลิตง่ายกว่า ซับพิกเซลสีแดงสีเขียวสีฟ้าสามารถแสดงสีได้ชนิดละ 8 บิต 256 ระดับความสว่างชัดเจนมากขึ้นทำให้ไม่ต้องไปใช้เทคนิคการไล่สีให้ขัดใจด้วยช่วงสีที่กว้างเพียงพอทำให้บรรดานักถ่ายภาพศิลปินโปรดปรานจอแบบนี้เป็นอย่างมากและเครื่อง PC ชั้นนำจะมีจอแบบ IPS สำหรับนักถ่ายภาพนักออกแบบและยังถูกนำไปใช้ในการพิมพ์งานอื่นมากมาย องศาการมองที่กว้างมากกว่าเดิม ผู้ใช้จะเห็นสีที่เหมาะสมและคมชัดแม้ว่ามองจากมุมไหนก็ตามข้อดีนี้ทำให้จอ IPS นำไปใช้บนสมาร์ทโฟนมือถือแท็บเล็ตหลากหลายรุ่น โดยทั่วไปหน้าจอ IPS จะมีสีที่ไม่สดใสเท่าจอแบบ TN และอัตรา refresh ก็ไม่ค่อยดีเหมือนเทียบกับ TN คำถามคือทำไมถึงเลือกใช้หน้าจอชนิดนี้ คำตอบคือเพราะเลเซอร์ที่บางและแสดงผลเม็ด Pixel ชัดเจนและให้มุมมองที่กว้างกว่า


ต่อไปคือ LCD VA

เป็นหน้าจอประเภทหนึ่งที่รวมข้อดีระหว่าง IPS ช้าแต่มีคุณภาพสูงและ TN สว่างความเร็วสูงและมีคุณภาพต่ำโดยเอาทั้งสองแบบมารวมกันหน้าจอแบบ VA สามารถแสดงความสว่างได้ 8 บิตต่อซับพิกเซล ไม่มีความกว้างของสีเยอะเท่าแบบ IPS ดังนั้นพูดง่ายๆ ก็คืออยู่กึ่งกลางระหว่างจอ LCD 2 แบบแรก จอแบบ LCD VA ถูกแบ่งย่อยได้อีกหลายชนิดภาพรวมคือให้ภาพสีดำที่ดำมืดสนิทและอัตราส่วนความคมชัดที่ดีมากนอกจากนี้ยังมีหน้าจอประเภทอื่นๆ ในอดีตหลายผู้ผลิตเคยใช้กันมา จอ LCD โดยเป็น 1 ใน 2 ประเภทอย่างแรก CCFL ใช้เทคโนโลยีเช่นเดียวกันกับหลอดไฟนีออนบ้านบางและแบน อีกประเภทหนึ่งทำให้หน้าจอทีวีช่วงสีที่กว้างยืดอายุการใช้งานและใช้พลังงานต่ำทีวีบางรุ่นมี เฉพาะแนวขอบเรียกเป็นทางการว่า EGDELIT LED แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยม


GSB ทรานซิสเตอร์ที่มีฟิล์มบางเป็นสารตั้งต้นคล้ายแก้วถูกเคลือบด้วยแผ่นฟิล์มบางๆ ของโลหะซิลิคอนหรือพลาสติกนั้นเองมักถูกนำไปใช้คู่กับหน้าจอ LCD ของสมาร์ทโฟนเพื่อขับเซลล์ของ LCD ออกมาออกแบบมีแผ่นฟิล์มขนาดใหญ่ภายในมีทรานซิสเตอร์ขนาดเล็กและตัวเก็บประจุปัจจุบันหน้าจอแบบ AMOLED และหน้าจอ LCD ส่วนใหญ่จะมีไดเออร์ TFT เป็นส่วนประกอบ


Active matrix เป็นระบบการควบคุมซับพิกเซลจุด Pixel ย่อยของทรานซิสเตอร์แต่ละชุดและตัวเก็บประจุเช่น TFT จะช่วยให้ควบคุมแรงดันได้แม่นยำมากขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงกระแสไฟเร็วกว่าเทคโนโลยีแบบ Passive Matrix เกือบทั้งหมดของจอแสดงผลดิจิตอลในปัจจุบันเป็นแบบ Active matrix


Passive Matrix Technology ช่วยควบคุมแรงดันไฟฟ้าของแต่ละซับพิกเซล ด้วยรูปแบบง่ายๆวัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าไม่ค่อยพบเห็นจอ LCD ในปัจจุบันแล้วเนื่องจากราคาของ TFT ได้ถูกลงมากและมีคุณภาพดีขึ้นซึ่งPassive Matrix มีความแม่นยำและการตอบสนองของ Pixel น้อยกว่า active matrix


การจัดเรียงซับพิกเซลแบบมาตรฐานประกอบไปด้วยจุดพิกเซลสีแดงสีเขียวและสีน้ำเงิน บนจอแสดงผลดิจิตอลทั้งหมดจะประกอบไปด้วยจุดหลายๆ จุดเรียงกันอยู่บนหน้าจอภายใน จุดพิกเซลมีซับพิกเซลซึ่งโดยปกติจะประกอบด้วยสีแดงสีเขียวสีฟ้าจากรูปแสดงการเปลี่ยนแปลงความสว่างของ Pixel 3 สีในการผลิตเฉดสีต่างๆ ออกมา ให้เราเห็นเพราะว่าทำพิกเซลมีขนาดเล็กเกินไปที่จะมองด้วยตาเปล่าเราสามารถมองเห็นการผสมสีของพิกเซลเป็นสีผสมสีหนึ่งซึ่งหน้าจอแสดงผลบางอย่างอาจจะมีซับพิกเซลที่ 4 ซึ่งใช้จอแสดงสีขาวหรือสีเหลือง



Apple ใช้จอ Super AMOLED เหมือนของ Samsung เพียงแต่มีความแตกต่างตรงที่ Apple จะเน้นความคมชัดในการแสดงผลมากกว่าสีซึ่งจอแสดงผลส่วนใหญ่จะเป็น TFT LCD, IPS LCD เป็นหลักเพราะว่าต่อยอดได้ ความหนาแน่นพิกเซลมีความเสถียรมากขึ้นทำให้คุณรู้สึกว่าเวลาอ่านจะมีความคมในตัวหนังสือเป็นพิเศษขณะที่แอปเปิ้ลไม่ได้หยุดเติบโตก็ยังได้พัฒนาต่อยอดด้วยการนำหน้าจอประเภท OLED มาสร้างมาตรฐานใหม่ซึ่งเรียกว่า Super retina ก็ตั้งชื่อเองนั่นแหละครับมาพร้อมช่วงไดนามิกสูง HDI ขยายบริเวณ ที่มืดและสว่างในรูปภาพและวีดีโอหลายระดับทำให้การมองเห็นบริเวณที่มีสีดำสนิทและบริเวณที่มีสีขาวสว่างโดยรักษาความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ รูปภาพก็จะดูสดใสมากยิ่งขึ้นและเมื่อคุณได้รับชมในรูปแบบ Dolby Vision หรือ HDR10 ทุกอย่างจะสวยงามยิ่งกว่าเคยนอกจากนี้ยังจะได้อัลกอริทึมเพื่อปรับระดับความสว่างในแต่ละพิกเซลโดยอัตโนมัติ เพื่อการลดเอฟเฟคภาพจากการ burn in และคงประสิทธิภาพการรับชมให้เสมอต้นเสมอปลาย


*สรุปประเภทหน้าจอที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนโทรศัพท์มือถือจะเรียงจากดีไปจนถึงดีมากที่สุดนะครับ เพราะจอแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป

  • TFT-LCD

  •  IPS- LCD

  •  RETINA

  • OLED

  • AMOLED

  • SUPER AMOLED

  • SUPER RETINA

  • DYNAMIC AMOLED


เป็นไงกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับหน้าจอมือถือ มีอะไรบ้าง? และ แบบไหนดีที่สุด? เพราะในปัจจุบันเครื่องก็มีราคาสูงและหน้าจอก็มีราคาสูงตามมาเช่นกันครับ และนี่ก็สาเหตุหนึ่งที่ทำไมโทรศัพท์มือถือในยุคนี้ถึงได้มีราคาที่สูง ส่วนในอนาคตจะมีการพัฒนาหน้าจอไปในรูปแบบไหนอีก ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Add Line : @yukifix_center

สำหรับท่านใดที่อยากปรึกษาเกี่ยวกับงานซ่อมหน้าจอมือถือ YukiFix Center ยินดีให้บริการ สอบถามข้อมูลกันเข้ามาได้ ปรึกษาและประเมินอาการซ่อม ฟรี!!!


สาขาที่ให้บริการ กดที่สาขาได้เลยมีแผนที่นำทางให้ครับ


ดู 650 ครั้ง0 ความคิดเห็น

ความคิดเห็น


bottom of page